Make your own free website on Tripod.com
Back Home
ผู้อำนวยการกอง

 

ประวัติความเป็นมา
                โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่  27  มีนาคม 2492   แผนกอายุรกรรมเป็นหนึ่งในส่วนราชการเริ่มต้นของโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช  มี น.ต.สดับ  ธีรบุตร (พล.อ.ต. สดับ  ธีรบุตร)  เป็นหัวหน้าอายุรแพทย์คนแรก 
                24  ธันวาคม  2495   กองทัพอากาศได้ปรับปรุงอัตรากำลังและส่วนราชการใหม่ ตามอัตรา  ทอ.   2495   โรงพยาบาล   ภูมิพลอดุลยเดช ได้รับการปรับปรุงส่วนราชการแบ่งออกเป็น 16 ส่วน  แผนกอายุรกรรมนับเป็นแผนกหนึ่งที่รวมอยู่ในการปรับปรุงส่วนราชการในครั้งนั้น โดยมี น.ต. น้อย  ปาณิกบุตร  เป็นหัวหน้าแผนกคนแรก  แผนกอายุรกรรมเมื่อแรกตั้งนั้นได้รวมการรักษาด้านกุมารเวชกรรมเข้ามาอยู่ในแผนกด้วย
                ในระยะแรกของแผนกอายุรกรรมมีอาคารผู้ป่วยในทั้งหมด 3 อาคาร คือ อาคาร 9  (รับผู้ป่วยชาย)  อาคาร 5 (รับผู้ป่วยหญิงและกุมาร)  และอาคาร 6 ชั้นบน (รับผู้ป่วยชายโรคติดต่อและวัณโรค)  ส่วนด้านทารกแรกคลอด  แยกไปขึ้นกับแผนก
สูติ-นรีกรรม  ใช้อาคาร 1 เป็นอาคารตรวจโรคผู้ป่วยนอก และอาคาร 10 สำหรับผู้ป่วยพิเศษ
                ต่อมาในปี พ.ศ. 2506  ได้มีการขยายการบริการด้านการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น  แผนกอายุรกรรมได้รับการปรับปรุงขึ้นเป็นกองอายุรกรรม  โดยมี น.อ.น้อย  ปาณิกบุตร  เป็นหัวหน้ากองอายุรกรรมตั้งเป็นแผนกกุมารเวชกรรม
                พ.ศ. 2512  โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งด้านอาคาร  สถานที่  และด้านการบริการ  และเช่นเดียวกันกองอายุรกรรมก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เล็งเห็นถึงความสำคัญชองการดูแลรักษาผู้ป่วยด้านอายุรกรรม  ได้มีการขยายอาคารรับผู้ป่วย  โดยย้ายผู้ป่วยอายุรกรรมชายจากอาคาร 9 มาอยู่ที่อาคารอายุรกรรมชายที่สร้างใหม่ อยู่ระหว่างอาคาร 5 และอาคาร 6 ซึ่งมีสถานที่กว้างขวางรับผู้ป่วยได้มากขึ้น  ในช่วงนั้น  น.อ.สนอง  ศุขเสงี่ยม  เป็นหัวหน้ากองอายุรกรรม และได้ปรับอัตราเป็นผู้อำนวยการกองอายุรกรรมในปี พ.ศ. 2515   ในระหว่างที่ท่านเป็นผู้อำนวยการกองอายุรกรรมอยู่นั้นบางช่วงมีปัญหาการขาดแคลนแพทย์อย่างหนัก  มีอายุรแพทย์อยู่เพียง 2 ท่าน ร่วมกันทำงานกับผู้อำนวยการกองผลัดเปลี่ยนกันดูแลผู้ป่วย  ทั้งฉุกเฉิน  ผู้ป่วยนอก  และผู้ป่วยใน  ต่อมาในระยะหนึ่งจึงได้แพทย์จบใหม่มาช่วยงานมากขึ้นเรื่อยๆ
                ในปี พ.ศ.2517 เมื่อมีการเปิดใช้อาคารสลากกินแบ่งรัฐบาล 8 ชั้น ได้มีการย้ายที่ทำการของกองต่าง ๆ  กองอายุรกรรม ซึ่งระหว่างนั้นมี น.อ.อาวุธ  สิริกรรณะ เป็นผู้อำนวยการกองอายุรกรรมได้รับมอบอาคารสลากกินแบ่ง 3  มาเพิ่มเติม ได้เปิดหออภิบาลผู้ป่วยออกเป็นหออภิบาลอายุรกรรม (ICU) และหออภิบาลโรคหัวใจ (CCU) ขณะเดียวกันได้จัดหาพัสดุและอุปกรณ์ด้านการแพทย์ที่ทันสมัย  เพื่อช่วยในการตรวจและวินิจฉัยที่แม่นยำขึ้น  เช่น  เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ   เครื่องช่วยหายใจ   เครื่องตรวจคลื่นสมอง  และกล้องตรวจระบบทางเดินอาหาร  เป็นต้น  มีการเตรียมการด้านบุคลากร  โดยส่งแพทย์เข้าอบรม
เพิ่มเติมในสาขาอายุศาสตร์และโรคเฉพาะทางบางสาขา  เช่น  โรคหัวใจ  ทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ  อย่างไรก็ตามการรักษาพยาบาลก็ยังประสบปัญหาอยู่มาก  อาทิเช่น  การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปรับการตรวจทางรังสีกรรมในอาคารอื่น  เป็นต้น
                พ.ศ. 2520  น.อ.ประพัตรา  ตัณฑ์ไพโรจน์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองอายุรกรรม  ได้มีการปรับปรุงจัดหาอุปกรณ์การแพทย์เพิ่มเติม  เช่น  echocardiogram,  hemodialysis machine,  Holter  EKG  เป็นต้น มีแพทย์กลับมาจากการอบรมทั้งในและนอกประเทศเพิ่มขึ้น  ทำให้การปฏิบัติงานคล่องตัวขึ้น  เริ่มมีการเปิดคลินิกเฉพาะโรค  และได้เริ่มมีการวางแผนในการอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาอายุรศาสตร์ในช่วงนั้น
                ต่อมาโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช  ได้เริ่มก่อสร้างอาคารคุ้มเกล้าฯ ขึ้น เพื่อเป็นการปรับปรุงอาคารสถานที่ให้ทันสมัย และรวมส่วนการให้บริการและการบริหารภายในอาคารเดียวกัน  มีการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  กองอายุรกรรม ได้ย้ายขึ้นมาอยู่ในอาคารคุ้มเกล้าฯ ในปี พ.ศ. 2528 โดยมีส่วนที่ทำการกองอยู่ที่ชั้น 4  ส่วนของอาคารผู้ป่วยในอยู่ชั้น 8 ทั้งหมด  ส่วนของหออภิบาลอายุรกรรม (ICU) และหออภิบาลโรคหัวใจ (CCU)  อยู่บริเวณชั้น 3 ของอาคารคุ้มเกล้าฯ ก่อนหน้านี้ได้มีการส่งอายุรแพทย์ไปรับการฝึกอบรมเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ เพิ่มเติมทั้งภายในและภายนอกประเทศ จากนั้นแพทย์ที่จบจากการอบรมเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมสาขาต่างๆ เริ่มกลับเข้ามาปฏิบัติงานเพิ่มมากขึ้น  จนโรงพยาบาลได้รับความไว้วางใจจากแพทยสภา ให้สามารถเปิดการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาอายุรศาสตร์ ในปี พ.ศ.2528  พร้อมกับการเปิดอาคารคุ้มเกล้าฯ  จากการเปิดฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านทำให้การบริการผู้ป่วยสมบูรณ์ขึ้นและช่วยให้วิชาการในการรักษาผู้ป่วยของกองอายุรกรรมได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
                แพทย์ของกองอายุรกรรมได้เป็นส่วนสำคัญในการจัดตั้งศูนย์ป้องกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจขึ้น   นอกจากนี้  จากนโยบายของผู้บังคับบัญชาที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการตื่นตัวทางด้านวิชาการอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง   จึงมีการจัดให้มีการเรียนการสอนของนิสิตแพทย์ ในโครงการผลิตแพทย์แนวใหม่ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533   ตั้งแต่นั้นมากองอายุรกรรมจึงมีภารกิจเพิ่มขึ้นในด้านการจัดการเรียนการสอนของนิสิตแพทย์เป็นประจำตลอดปี
                กองอายุรกรรมในปัจจุบันเป็นกองหลักที่มีภารกิจครอบคลุมการให้บริการด้านการรักษาพยาบาล ทั้งข้าราชการ ทอ. ครอบครัว   ตลอดจนประชาชนทั่วไปอย่างทั่วถึง  และมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับโรงพยาบาลที่ทันสมัยของประเทศ  มีการผลิตบุคลากรด้านการแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถได้มาตรฐานให้ความรู้ด้านการแพทย์แก่บุคลากรและประชาชนทั่วไป   มีการพัฒนาขีดความสามารถในการให้บริการด้านการรักษาพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพและอย่างต่อเนื่อง   สนับสนุนให้ภารกิจของกรมแพทย์ทหารอากาศ และกองทัพอากาศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย